“นี่เป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีและเป็นจุดสิ้นสุดของยุคหนึ่ง” Aodhan Cullen ซีอีโอของ StatCounter กล่าว “มันเป็นจุดสิ้นสุดความเป็นผู้นำของไมโครซอฟท์ในตลาดระบบปฏิบัติการที่มีมาต่อเนื่องตั้งแต่ทศวรรษ 1980 และยังแสดงถึงความก้าวหน้าครั้งใหญ่สำหรับแอนดรอยด์ที่มีส่วนแบ่งเพียง 2.4% เมื่อห้าปีที่แล้ว”
Cullen บอกว่าตัวขับเคลื่อนสำคัญในความก้าวหน้าของแอนดรอยด์คือการเติบโตของสมาร์ทโฟนในการใช้งานอินเตอร์เน็ต, ยอดขายที่ลดลงของเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และผลกระทบของตลาดเอเชียต่อตลาดทั่วโลก
อย่างไรก็ตามวินโดวส์ยังครองความยิ่งใหญ่ในตลาดระบบปฏิบัติการของเดสก์ท็อป (พีซีและแล็ปท็อป) ด้วยส่วนแบ่งการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่ 84% ในเดือนมีนาคม
“วินโดวส์ชนะในสงครามเดสก์ท็อป แต่การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป” Cullen กล่าว “มันคงยากสำหรับวินโดวส์ที่จะรุกเข้าไปในตลาดสมาร์ทโฟน แต่การเปลี่ยนกรอบความคิดก็อาจทำให้มีโอกาสกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ได้อีก อาจจะอยู่ที่เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Augmented Reality, AI, Voice หรือ Continuum (ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตั้งเป้าเข้ามาแทนที่เดสก์ท็อปและสมาร์โฟนด้วยโทรศัพท์ของไมโครซอฟท์เครื่องเดียว) ก็ได้”
ในทวีปอเมริกาเหนือวินโดวส์ยังคงเป็นผู้นำของทุกเพลตฟอร์มรวมกันด้วยส่วนแบ่ง 39.5% ในเดือนมีนาคม ตามมาด้วยไอโอเอส (iOS) 25.7% และแอนดรอยด์ 21.2% เช่นเดียวกับในยุโรปที่วินโดวส์มีส่วนแบ่งถึง 51.7% มากกว่าแอนดรอยด์ที่ได้ไป 23.6% กว่าเท่าตัว แต่ในเอเชียแอนดรอยด์เป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่ง 52.2% ขณะที่วินโดวส์ได้ไปเพียง 29.2%
ข้อมูลและภาพจาก statcounter, newatlas